คนไข้ต่างชาติ อายุ 27 ปี เป็นกระจกตาโป่ง (Keratoconus) ทั้งสองตา บอกว่า Scleral Lens ใส่สบายกว่า Corneal RGP Lens(B06831)** ตัวอย่าง case Scleral lens, ตัวอย่างเคส ประวัติ คนไข้ชายต่างชาติ อายุ 27 ปี เป็นกระจกตาโป่งพอง (Keratoconus) ทั้งสองตา โดยตาซ้ายเป็นรุนแรงกว่าตาขวา ปัจจุบันใช้ Corneal RGP ทั้งสองตา แต่เลนส์ข้างซ้ายหลุดหาย ต้องการทำเลนส์ซ้ายใหม่ จากการถ่ายแผนที่กระจกตา พบว่า กระจกตาซ้ายมีความโป่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เลนส์ซ้ายชิ้นเดิมหลุดออกจากตาง่าย ดร.เบิร์ด จึงแนะนำให้ใช้ Scleral Lens แทนเลนส์เดิมที่มีขนาดเล็ก เพื่อความสบายตาและไม่หลุดออกจากตาง่าย แต่คนไข้เลือกตัดเลนส์ขนาดเล็กก่อนเพราะราคาถูกกว่า หลังจากได้รับ Corneal Lens
คนไข้หญิง อายุ 33 ปี เป็นกระจกตาโป่ง (Keratoconus) ทั้งสองตาประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว (B06496)** ตัวอย่าง case Scleral lens, ตัวอย่างเคส ประวัติ คนไข้หญิงไทย อายุ 33 ปี เป็นกระจกตาโป่ง (Keratoconus) ทั้งสองตา ตาขวาเป็นมากกว่าตาซ้าย ทราบครั้งแรกเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ปัจจุบันได้ทำการเปลี่ยนกระจกตาเฉพาะตาขวาเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว หลังเปลี่ยนกระจกตา (Corneal Transplant) ร่างกายคนไข้ปฏิเสธเนื้อเยื่อกระจกตาผู้บริจาค (Transplant Rejection) มีเส้นเลือดงอกเข้ากระจกตาและกระจกตาขุ่น จักษุแพทย์บอกว่ามีโอกาสที่จะต้องเปลี่ยนกระจกตาอีกรอบถ้าเกิดการขุ่นตัวมากขึ้น ปัจจุบันคนไข้ใช้เฉพาะแว่นตา ซึ่งมีปัญหาแว่นที่ใส่อยู่มองเห็นได้ไม่ชัดเจน และมีเงาซ้อน
คนไข้เพศชายชาวอิตาเลียนอายุ 36 ปี เคยใส่คอนแทคเลนส์ Corneal RGP มีปัญหาเจ็บตาเมื่อใส่ สุดท้ายเปลี่ยนมาใช้ Scleral lens(B07041)** ตัวอย่าง case Scleral lens, ตัวอย่างเคส ประวัติ คนไข้เพศชาย ชาวอิตาเลียน อายุ 36 ปี อาศัยอยู่ในประเทศไทย เป็นกระจกตาโป่ง (Keratoconus) ทั้งสองตา ปัจจุบันตาซ้ายใส่คอนแทคเลนส์ชนิดแข็งที่เล็กกว่าตาดำ (Corneal RGP) ส่วนตาขวาเคยใส่เลนส์แข็ง แต่ใส่แล้วมีอาการเจ็บตาบ่อยครั้ง เลยเปลี่ยนมาใช้เลนส์นิ่ม ซึ่งใส่สบายกว่าเลนส์แข็ง แต่ให้การมองเห็นที่ไม่ชัดเจน คนไข้อยากได้เลนส์ที่ใส่ได้สบายและมองเห็นชัดเจน ภาพถ่ายแผนที่กระจกตา โดยด้านซ้าย คือ ตาขวาที่ใช้เลนส์นิ่ม และด้านขวา คือ ตาซ้ายที่ใช้คอนแทคเลนส์ Corneal RGP อยู่ ภาพถ่ายจาก Slit lamp ตาข
คนไข้หญิงอายุ 55 ปี ตาแห้งรุนแรงจากโรค Sjogren’s Syndrome ทำให้ต่อมน้ำตาถูกทำลาย (07252)** ตัวอย่าง case Scleral lens, ตัวอย่างเคส ประวัติ คนไข้หญิงไทย อายุ 55 ปี เป็นโรค Sjogren’s Syndrome ซึ่งเป็นโรคทางระบบภูมิคุ้มกันแบบเรื้อรัง อาการอย่างหนึ่งที่พบบ่อยของโรคนี้ คือ อาการตาแห้งมาก (Severe Dry Eye) เกิดจากภูมิคุ้มกันร่างกายตนเองทำงานผิดปกติ คิดว่าต่อมน้ำตาเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงเข้าไปทำลาย ทำให้ตาแห้งมากเนื่องจากต่อมน้ำตาเหลือน้อยจนแทบไม่มีการผลิตน้ำตา ผู้ป่วยบอกว่ามีอาการตาแห้งมากมานาน 6-7 ปีแล้ว ปกติต้องหยอดน้ำตาเทียมชั่วโมงละหลายๆครั้ง มีอาการแสบตา ระคายเคืองตา แพ้แสง ไวต่อลม ตามัว มีความลำบากในการดำเนินชีวิต จึงต้องการมาร
คนไข้เพศหญิงอายุ 18 ปี เป็นนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติ ต้องการคุมสายตาสั้นและแก้ไขปัญหาสายตาสั้น (06709)** ตัวอย่าง case Ortho-K Lens, ตัวอย่างเคส ประวัติ คนไข้เพศหญิง อายุ 18 ปี เป็นนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติ มีสายตาสั้นสองข้างไม่เท่ากัน และมีสายตาเอียงร่วมด้วย มีความต้องการ คือ ควบคุมสายตาสั้น เนื่องจากสายตายังสั้นเพิ่มขึ้นอยู่ แก้ไขปัญหามองเห็นป้ายบอกเวลาไม่ชัด ขณะซ้อมหรือแข่งขัน เนื่องจากสายตาสั้น แว่นตาว่ายน้ำที่มีสายตาสั้นก็ไม่มีสายตาเอียงร่วมด้วย และไม่มีแบบที่สายตาสองข้างสั้นไม่เท่ากัน Examination วัด VA ตาเปล่า ตาขวา 20/30 @6 เมตร ตาซ้าย 20/100 @6 เมตร ค่าสายตาที่วัดได้ก่อนใส่เลนส์ (Subjective Refraction) ตาขวา : -3.75-0.50×180 ตา
คนไข้เพศหญิงอายุ 11 ปี มีกิจกรรมที่ชอบทำคือเล่นยิมนาสติก ไม่สะดวกใส่แว่น(06978)** ตัวอย่าง case Ortho-K Lens, ตัวอย่างเคส ประวัติ คนไข้เพศหญิง อายุ 11 ปี มีกิจกรรมที่ชอบทำ คือ เล่นยิมนาสติก Examination วัด VA ตาเปล่า ตาขวา 20/200+1 @2 เมตร ตาซ้าย 20/200+1 @2 เมตร Subjective Refraction (ก่อนใช้เลนส์) ตาขวา -5.00-0.75×177 VA 20/20-1 ตาซ้าย -5.25-0.50×180 VA 20/20-1 หลังจากใส่โอเคเลนส์นาน 1 เดือนแล้ววัด VA พบว่า ตาขวา 20/30-1 ตาซ้าย 20/50 คนไข้มีอาการเคืองตาเวลาใส่คอนแทคเลนส์ โดยให้ล้างน้ำเกลือก่อนที่จะใส่คอนแทคเลนส์จึงหายเคืองตา
คนไข้เพศหญิง อายุ 11 ปี มาด้วยอาการแพ้แสงและถอดคอนแทคเลนส์ไม่ค่อยออก (06784)** ตัวอย่าง case Ortho-K Lens, ตัวอย่างเคส ประวัติ คนไข้เพศหญิง อายุ 11 ปี มาด้วยอาการแพ้แสงและถอดคอนแทคเลนส์ไม่ค่อยออก จากภาพถ่ายกระจกตาพบว่าตาซ้ายมีกระจกตาไม่เรียบ Examination VA ตาเปล่า ตาขวา 20/200 @5 เมตร ตาซ้าย 20/200 @5 เมตร ค่าสายตาที่วัดได้ (Subjective refraction) ตาขวา : -5.25 -0.75 x 166 VA 20/20-2 ตาซ้าย : -5.00 -0.75 x 180 VA 20/20-2 ดร.เบิร์ด จึงได้ฟิตโอเคเลนส์ หลังจากนั้น 4 เดือน วัด VA ตาขวาได้ 20/20-3 ตาซ้ายได้ 20/20-1 และคนไข้ไม่มีอาการแพ้แสงแล้ว ภาพถ่ายแผนที่กระจกตา ก่อนใส่ Ortho-K lens ภาพถ่ายแผนที่กระจกตา หลังใส่ Ort
คนไข้อายุ 7 ปี มีประวัติสายตาสั้น (07139)** ตัวอย่าง case Ortho-K Lens, ตัวอย่างเคส ประวัติ คนไข้อายุ 7 ปี มีประวัติสายตาสั้น โดยแว่นเดิมตัดเมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้ว ค่าแว่นเดิมของคนไข้ ตาขวา : -2.50 ตาซ้าย : -2.25-0.75×179 Examination VA ตาเปล่า ตาขวา 20/100-1 @3 เมตร ตาซ้าย 20/100-1 @3 เมตร Subjective Refraction (ก่อนใช้เลนส์) ตาขวา : -4.00-0.50×175 VA 20/20-1 ตาซ้าย : -4.00-1.75×175 VA 20/20 หลังจากใส่โอเคเลนส์นาน 7 วัน วัด VA ได้ 20/30 ทั้งสองตา คนไข้บอกว่าเห็นชัดทั้งวัน ไม่มีอาการตาแดงหรือเจ็บตา ภาพถ่ายแผนที่กระจกตา ก่อนใส่ Ortho-K lens ภาพถ่ายแผนที่กร
คนไข้อายุ 8 ขวบ เคยผ่าตาเขมาก่อน (07268)** ตัวอย่าง case Ortho-K Lens, ตัวอย่างเคส ประวัติ คนไข้อายุ 8 ขวบ เคยผ่าตาเขมาก่อน Examination VA ตาเปล่า ตาขวา 20/100-2 @6 เมตร ตาซ้าย 20/100 @5 เมตร ค่าสายตาที่วัดได้ก่อนใช้เลนส์ (Subjective Refraction) ตาขวา : -1.50-1.00×180 VA 20/20-1 ตาซ้าย : -3.00 VA 20/20-1 หลังจากใส่โอเคเลนส์นาน 1 เดือน พบว่าคนไข้มีการมองเห็น 20/20-2 ที่ระยะ 6 เมตร ซึ่งถือว่ามีการมองเห็นที่ดีขึ้นมาก ภายหลังจากนั้นอีก 1 เดือน คนไข้บอกว่าใส่เลนส์แล้วมีอาการเคืองตา ดร.เบิร์ด จึงตรวจตาด้วยเครื่องมือ Slit lamp พบว่ามีอาการภูมิแพ้ และเมื
คนไข้เพศหญิง อายุ 20 ปี มีอาการตาแห้งเนื่องจากการใส่คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่มและคนไข้ไม่ต้องการใส่แว่น(07124)** ตัวอย่าง case Ortho-K Lens, ตัวอย่างเคส ประวัติ คนไข้เพศหญิง อายุ 20 ปี มีอาการตาแห้งเนื่องจากการใส่คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่มและคนไข้ไม่ต้องการใส่แว่น Examination VA ตาเปล่า ตาขวา 20/200 @1 เมตร ตาซ้าย 20/100 @1 เมตร ค่าแว่นเดิมที่คนไข้ใส่ ตาขวา -6.00-1.50*174 ตาซ้าย -5.00-1.00*180 Subjective Refraction (ก่อนใช้เลนส์) ตาขวา -6.25-1.75*175 VA 20/20 ตาซ้าย -5.00-2.00*180 VA 20/20 ดร.เบิร์ด ได้ทำการจ่ายโอเคเลนส์แล้วติดตามผล พบว่าคนไข้มีการมองเห็นที่ดีขึ้น อาการตาแห้งหายไปทำให้เห็นแสงฟุ้งลดลง ไม่มีอาการตาแดง หลังจากใส่โอเคเลนส์นาน 1 เดือน พบว่า
คนไข้เพศชาย อายุ 18 ปี มีประวัติสายตาเอียงเยอะ(07272)** ตัวอย่าง case Ortho-K Lens, ตัวอย่างเคส ประวัติ คนไข้เพศชาย อายุ 18 ปี มีประวัติสายตาเอียงเยอะ Examination VA ตาเปล่า ตาขวา 20/100 @2 เมตร ตาซ้าย 20/30-1 @6 เมตร ค่าสายตาที่วัดได้ก่อนใช้เลนส์ (Subjective Refraction) ตาขวา : -4.25-4.50×178 VA 20/20-1 ตาซ้าย : -0.25-1.50×5 VA 20/20 ค่าโอเคเลนส์ที่จ่าย ตาขวา -4.50-4.50×178 ตาซ้าย -0.25-1.50×5 หลังจากใส่โอเคเลนส์นาน 2 สัปดาห์ พบว่าคนไข้มีการมองเห็น 20/20 ทั้งสองข้างเทียบเท่ากับสายตาคนปกติ ภาพถ่ายแผนที่กระจกตา ก่อนใส่ OK lens ของตาขวา (ภาพซ้าย), ตาซ้าย (ภาพข
คนไข้เพศชาย อายุ 9 ขวบ ต้องการคุมสายตาสั้นเนื่องจากยังเด็กอยู่และมีสายตาสั้นค่อนข้างมาก(06935)** ตัวอย่าง case Ortho-K Lens, ตัวอย่างเคส ประวัติ คนไข้เพศชาย อายุ 9 ขวบ ต้องการคุมสายตาสั้น เนื่องจากยังเด็กอยู่และมีสายตาสั้นค่อนข้างมาก Examination VA ตาเปล่า ตาขวา 20/100-1 @3 เมตร ตาซ้าย 20/100-1 @3 เมตร Subjective Refraction (ก่อนใช้เลนส์) ตาขวา : -4.25-0.25×120 VA 20/25-3 ตาซ้าย : -4.50-0.25×175 VA 20/25-3 หลังจากใส่โอเคเลนส์นอน 8 ชั่วโมง/วัน ต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน พบว่าคนไข้สามารถอ่าน VA 20/30 @6 เมตร ทั้งสองตา
คนไข้เพศชาย อายุ 26 ปี อยากใช้โอเคเลนส์ เนื่องจากไม่อยากใส่แว่นแล้ว เพราะมีสายตาสั้นมาก (06604)** ตัวอย่าง case Ortho-K Lens, ตัวอย่างเคส ประวัติ คนไข้เพศชาย อายุ 26 ปี ต้องการคุมสายตาสั้น เนื่องจากมีสายตาสั้นค่อนข้างมาก และค่าสายตายังสั้นเพิ่มขึ้นทุกปี ประวัติสุขภาพตาอื่นๆ มีอาการเปลือกตาอักเสบ (Blepharitis) มีหินปูนเกาะที่เยื่อบุตาขาว (Concretion) จึงแนะนำให้ไปขูดออกกับจักษุแพทย์ก่อนฟิตคอนแทคเลนส์ Examination VA ตาเปล่า ตาขวา 20/200 @1เมตร ตาซ้าย 20/200 @1เมตร ค่าแว่นเดิมของคนไข้ (ใช้มา 4 ปีแล้ว) ตาขวา : -8.25-2.25×003 VA 20/20 ตาซ้าย : -6.75-2.25×161 VA 20/20-1 Subjective Refraction (ก่อนใช้เลนส์) ตาขวา : -8.25-2.75&#
คนไข้เพศชาย อายุ 25 ปี อาชีพนายสิบ (07244)** ตัวอย่าง case Ortho-K Lens, ตัวอย่างเคส ประวัติ คนไข้เพศชาย อายุ 25 ปี อาชีพนายสิบ ไปตรวจตาที่โรงพยาบาลเพื่อทำเลสิค เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว แต่ไม่สามารถทำเลสิกได้ เนื่องจากมีปัญหากระจกตาโป่ง (Keratoconus) ทั้ง 2 ตา โดยคนไข้ไม่เคยใส่แว่นและคอนแทคเลนส์ Examination VA ตาเปล่า ตาขวา 20/100 @6 เมตร ตาซ้าย 20/100 @6 เมตร ค่าสายตาที่วัดได้ (Subjective refraction) ตาขวา : -1.75 -1.50 x 017 VA 20/20 ตาซ้าย : -2.00 -1.75 x 170 VA 20/20 ดร.เบิร์ด จึงได้ทำการฟิต OK lens เนื่องจากเป็นเลนส์ที่ใส่ตอนนอน และตื่นมาถอดเลนส์ออก ปรากฎว่าการมองเห็นดีขึ้น
คนไข้เพศหญิง อายุ 22 ปี มาด้วยอาการสายตาสั้นและเอียงเยอะ ต้องการสอบแอร์โฮสเตส (07322)** ตัวอย่าง case Ortho-K Lens, ตัวอย่าง case Scleral lens, ตัวอย่างเคส ประวัติ คนไข้เพศหญิง อายุ 22 ปี มาด้วยอาการสายตาสั้นและเอียงเยอะ ต้องการสอบแอร์โฮสเตส โดยแว่นเดิมกับคอนแทคเลนส์นิ่มเดิมที่ใส่อยู่ไม่ค่อยชัดและมีค่าสายตาสั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ Examination วัด VA ตาเปล่า ได้ 20/200 ที่ระยะ 1 เมตร ทั้งสองตา ค่าแว่นปัจจุบัน ตาขวา : -7.75-2.25×2 ตาซ้าย : -8.75-1.50×161 ค่าคอนแทคเลนส์นิ่มปัจจุบัน ตาขวา : -8.50-1.75×170 ตาซ้าย : -8.00-2.25×180 ค่าสายที่วัดได้ (Subjective refraction) ตาขวา : -11.5-3.75×8 VA 20/20 ตาซ้าย : -9.75-2.00
น้องทีมิ ลูกหมอเบิร์ด ใช้โอเคเลนส์คุมสายตาสั้นตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ** ควบคุมสายตาสั้น Myopia Control, ตัวอย่าง case Ortho-K Lens, ตัวอย่างเคส ด.ช. วุฒิเวช พึงพิพัฒน์ น้องทีมิ ลูกชายคนเล็กของหมอเบิร์ด สายตาสั้นตั้งแต่อนุบาลสอง (อายุ 4 ขวบ) สั้น -1.25 D (สั้นร้อยยี่สิบห้า) ทั้งสองข้าง ครั้งแรกหมอเบิร์ดตัดแว่นให้ใส่เนื่องจากน้องยังสายตาสั้นไม่มาก ในปีต่อมาน้องทีมิอายุ 5 ขวบ 3 เดือน แว่นเดิมเริ่มไม่ชัด เมื่อวัดสายตาพบว่าสายตาสั้นเพิ่มขึ้นเร็วมากเป็น -2.50 ทั้งสองข้าง หมอเบิร์ดเริ่มกังวลว่าสายตาน้องทีมิจะสั้นเพิ่มขึ้นเยอะอีกในปีหน้า จึงตัดสินใจให้น้องใส่โอเคเลนส์เพื่อควบคุมสายตาสั้น วีดีโอน้องทีมิ ใส่โอเคเลนส์ตอนอายุ 5 ขวบ 3 เดือน หลังจาก
Corneal Ectasia หลังทำเลสิก เมื่อใส่ Scleral lens การมองเห็นดีขึ้นมาก (HN07261)** ตัวอย่าง case Scleral lens, ตัวอย่างเคส ประวัติ คนไข้หญิงไทย อายุ 25 ปี เคยแก้ไขสายตาด้วยการทำเลสิกเมื่ออายุ 24 ปี โดยก่อนทำเลสิก สายตาสั้นประมาณ -5.00 ไดออปเตอร์ หลังทำเลสิก ตาซ้ายมองเห็นได้ชัดเจนเป็นปกติ แต่ตาขวามองเห็นไม่ชัด ขับรถกลางคืนเห็นแสงกระจายจากตาด้านขวา จากการตรวจคนไข้ พบว่า ตาซ้ายของคนไข้ปกติดีทุกอย่าง ส่วนตาขวากระจกตาใสดี แต่เมื่อถ่ายแผนที่กระจกตา พบว่า บริเวณกลางกระจกตาด้านขวาของคนไข้มีลักษณะนูนตัวขึ้นมามากกว่าปกติ ค่าสายตาจริงที่วัดได้ (ก่อนใช้เลนส์) ตาขวา : -3.00 -8.75 x 095 VA 20/200+1 ตาซ้าย : Plano
กระจกตาโป่ง (Keratoconus) สายตาสั้นมาก ต้อกระจก จอตาลอก (HN07141)** ตัวอย่าง case Scleral lens, ตัวอย่างเคส ประวัติ ชายไทยอายุ 38 ปี สายตาสั้นมาก ใส่คอนแทคเลนส์นิ่มเบอร์ -20.00 ทั้งสองตา ภายหลังยิ่งใส่แล้วยิ่งเคืองตา จึงไปตรวจกับแพทย์ จึงรู้ว่าตนเป็นโรคกระจกตาโป่งตอนอายุ 32 ปี คนไข้มีแว่นแต่ไม่ค่อยได้ใส่ เพราะใส่แล้วหนักมาก เคยทดลองใส่ Corneal RGP แล้ว แต่ก็หลุดง่ายและระคายเคืองตามาก ประวัติทางตาอื่นๆ เคยยิงเลเซอร์รักษาจอตาลอกทั้งสองตา มีต้อกระจกทั้งตาซ้ายและตาขวา ซึ่งหมอไม่อยากผ่าตัดต้อกระจก เนื่องจากกลัวจะมีการกระทบกระเทือนต่อจอตา คนไข้จึงไม่อยากผ่าต้อ ปัจจุบันคนไข้ใช้คอนแทคเลนส์นิ่มเป็นหลัก แต่ใส่
กระจกตาโป่ง (Keratoconus) เปลี่ยนกระจกตา ขี่มอเตอร์ไซค์และดำน้ำเป็นประจำ (HN06495)** ตัวอย่าง case Scleral lens, ตัวอย่างเคส ประวัติ ชายชาวรัสเซีย อายุ 26 ปี ปัจจุบันอาศัยอยู่ในประเทศไทย เป็นกระจกตาโป่ง (Keratoconus) ทั้งสองข้าง ตาซ้ายเปลี่ยนกระจกตาแล้วเมื่อ 4 ปีก่อน แต่ตาขวายังไม่ได้เปลี่ยน ปัจจุบันใส่ Corneal RGP lens ทั้งสองตา มาด้วยอาการคอนแทคเลนส์ตาซ้ายที่ตัดมาจากรัสเซีย เมื่อใส่แล้วมีอาการเคืองตาและเริ่มมองเห็นไม่ชัด อยากได้คอนแทคเลนส์ใหม่ที่ทำให้มองเห็นชัดเจนขึ้น และใส่สบายตา ค่าสายตา ตาขวา : +0.50 -7.00 x 71 VA 20/40 ตาซ้าย : 0.00 -2.50 x 70 VA 20/50 Examination Slit lamp : กระจกตาทั้งสองข้างยังใ
กระจกตาโป่ง (Keratoconus) ใช้ Ortho-K Lens และ Scleral Lens (HN07278)** ตัวอย่าง case Scleral lens, ตัวอย่างเคส ประวัติ คนไข้ชายไทยอายุ 19 ปี ไปปรึกษาการทำเลสิก แต่ทำไม่ได้เนื่องจากเป็นกระจกตาย้วย จึงได้แนะนำคอนแทคเลนส์ RGP ใส่กลางวัน แต่คนไข้ไม่สะดวกใส่ อยากลองใช้ Ortho-K lens ผลการตรวจสายตา (Subjective refraction) ตาขวา : -3.50 -3.75 x 30 VA 20/50-1 ตาซ้าย : -0.50-0.75 x 145 VA 20/25 หลังใส่ Ortho-K Lens แล้ว คนไข้เห็นได้ชัดเจนขึ้น ได้ค่าการมองเห็น 20/20-2 ทั้งสองข้าง หลังใช้โอเคเลนส์ได้ 2 ปี คนไข้ทำเลนส์ด้านซ้ายหาย แนะนำให้คนไข้เปลี่ยนมาใช้ Scleral lens หลังจากใส่ Scleral lens ได้ค่าการมองเห็น